รายงานการประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการ
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2551
ณ ห้อง สำนักงานบริหารบพิตรพิมุขจักรวรรดิ กรุงเทพฯ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

เปิดประชุม เวลา 09.15 น.
ผู้มาประชุม
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญจน์มณัส พชรบดี ประธานกรรมการ
2. นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์ รองประธานกรรมการ (คนที่ 1)
3. อาจารย์ปราโมทย์ บุญเต็ม รองประธานกรรมการ (คนที่ 2)
4. อาจารย์ ดร.ประวิตร โหรา กรรมการ
5. อาจารย์สุวิช แย้มเผื่อน กรรมการ
6. อาจารย์บุญเยือน สายแสงทอง กรรมการ
7. อาจารย์อัญชิษฐา สุพวงแก้ว กรรมการ
8. อาจารย์อุระสา จุลเสวก กรรมการ
9. อาจารย์กมลพรรณ บินอิบรอฮีม กรรมการ
10. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมพล บุญญสุวรรณโณ กรรมการ
11. อาจารย์อัชฌาพร กว้างสวาสดิ์ กรรมการ
12. อาจารย์เสรภูมิ วรนิมมานนท์ กรรมการ
12. อาจารย์สุรกิจ ปรางสร กรรมการและเลขานุการ
14. อาจารย์ฉ้อยฝ้า แซ่คู่ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ผู้ลาประชุม
1. อาจารย์จักรวาฬ ไชยพัฒน์

ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
1. การทำแผนงานและโครงงานของสภาคณาจารย์ฯในปีต่อไป รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัยผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวะ วสุนธราภิวัฒน์ ขอให้ทำโครงงานเข้าไปเพื่อเสนอต่อ มหาวิทยาลัยฯ ต่อไป
2. การเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ แทน รองศาสตราจารย์รุ่งทิวา ชูทอง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการติดประกาศประวัติ รายละเอียดของผู้สมัคร อาจทำให้ผู้สมัครเสียโอกาสได้ ประธานสภาคณาจารย์ฯขอให้กรรมการสภาคณาจารย์ฯทุกท่าน ช่วยดูแล การติดประกาศการแนะนำตัวของผู้สมัครกรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ และขอให้กรรมการสภาคณาจารย์ฯ ช่วยกันตรวจสอบ
3. ข้อบังคับประกาศภาระงานขั้นต่ำของคณาจารย์ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยฯยังไม่ประกาศให้คณาจารย์ได้รับทราบ ประธานสภาคณาจารย์ฯเสนอแนะให้กรรมการสภาคณาจารย์ฯ ทุกท่านช่วยกันผลักดันให้มหาวิทยาลัยฯ ประกาศภาระงานขั้นต่ำออกมาให้ประชาคมของมหาวิทยาลัยฯได้รับทราบ
4. คณะกรรมการร่างแก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาอธิการบดีและประธานสภา มหาวิทยาลัยฯ ได้จำนวนกรรมการจำนวน 9 คนแล้ว ขอให้กรรมการร่างแก้ไขข้อบังคับที่ทำหน้าที่ในสภาคณาจารย์ฯ ช่วยกันตรวจสอบความโปร่งใสของระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ และคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของสภาคณาจารย์ฯที่ได้มาเป็นตัวแทนของคณาจารย์

ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการสภาคณาจารย์ฯ ในการประชุมคณะกรรมการสภาคณาจารย์ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ได้มีวาระรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 10/2551 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2551 ดังนี้
1. ในระเบียบวาระที่ 4.2 แก้ไขการ เลิก ค่าสอนเกินภาระงานการสอน เป็น การเบิกค่าสอนเกินภาระงานการสอน
2. แก้ไขประโยคในหน้าที่ 4 ย่อหน้าที่ 2 จาก มหาวิทยาลัยฯมากำหนดไว้เพียง 6 คาบ แก้ไขเป็น มหาวิทยาลัยฯมากำหนดไว้เป็น 6 คาบ
3. แก้ไขประโยคในหน้าที่ 5 ย่อหน้าที่ 3 จาก ตอนนี้มหาวิทยาลัยฯ เอา งบประมาณเป็นตัวตั้ง แก้ไขเป็น ตอนนี้มหาวิทยาลัยฯ ใช้ งบประมาณเป็นตัวตั้ง และ มีการนำเงินงบประมาณไปจัดการในเรื่องที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน แก้ไขโดยตัดคำว่า “ไม่” ออก
ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อทราบ
ค่าสอนเกินภาระงานการสอน
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ดร.ประวิตร โหรา) นำเสนอว่าค่าสอนเกินภาระงานการสอนอาจจะลดอัตราลงจาก 400 บาทต่อคาบเรียนเป็น 200 บาท ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีที่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มมากขึ้น
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์กมลพรรณ บินอิบราฮีม) นำเสนอความคิดเห็นว่า มหาวิทยาลัยฯ มีหนังสือเวียนให้คณะฯทำประมาณการค่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และงบประมาณผลประโยชน์ ประจำปี 52 ในส่วนของคณะฯ ก็จะมีค่าตอบแทนงานการสอน ค่าวัสดุ เป็นต้น ส่วนของหน่วยงานสนับสนุนจะมีค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลา ค่าเดินทาง แต่มีข้อสงสัยในส่วนของประชาคมว่า งบประมาณของมหาวิทยาลัยฯที่โดนตัดลดงบประมาณ ลง 40 % มหาวิทยาลัยฯ ต้องทำประมาณการค่าใช้จ่าย ในส่วนของงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณผลประโยชน์ ออกมาให้ประชาคมได้ทราบด้วย
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ฉ้อยฝ้า แซ่คู่) นำเสนอความคิดเห็นว่า ถ้าค่าสอนเกินภาระงานการสอนถูกปรับลดลง ในส่วนเงินประจำตำแหน่งของผู้บริหารก็น่าจะปรับลดลงได้เช่นเดียวกัน เพราะการมาปรับลดในส่วนของอาจารย์ผู้สอนซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานไม่เป็นธรรม
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์) นำเสนอว่าตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดีได้ครบทั้ง 6 ตำแหน่งแล้ว ซึ่งตำแหน่งทั้ง 6 ตำแหน่งเป็นมติที่ประชุมของสภามหาวิทยาลัยฯ ตั้งแต่การประชุมสภามหาวิทยาลัยในครั้งที่ 1แล้ว ซึ่งคำสั่งที่ออกมาจากกองบริหารงานบุคคล ในส่วนที่ทำงานอยู่ในกองบริหารงานบุคคล ก็ได้ทักท้วงกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่า ควรจะมีมติที่ประชุมของสภามหาวิทยาลัยฯประกอบด้วย และเงินประจำตำแหน่งของผู้ช่วยอธิการบดีที่ได้รับการอนุมัติตามพรบ.ของมหาวิทยาลัยฯ ได้เพียง 1 ตำแหน่งส่วนอีก 5 ตำแหน่งใช้เงินผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยฯ
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์บุญเยือน สายแสงทอง) นำเสนอว่าสภาคณาจารย์ฯควรให้คำปรึกษากับมหาวิทยาลัยฯ เรื่องค่าสอนเกินภาระงานสอน เพื่อเป็นทางออกให้กับมหาวิทยาลัยฯ เพราะตอนนี้มหาวิทยาลัยฯมีภาระเรื่องค่าสอนเกินภาระงานการสอนเป็นประเด็นปัญหาสำคัญ
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ปราโมทย์ บุญเต็ม) นำเสนอว่า ขณะนี้มีงบประมาณพัฒนาบุคลากร ที่จะพัฒนาบุคลากรในระดับหัวหน้าสาขาวิชาฯ ซึ่งรายละเอียดยังไม่มีออกมา
มติที่ประชุม : ค่าสอนเกินภาระงานการสอนให้คงไว้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
สัญญารับทุนการศึกษา
- จากการประชุมสภาคณาจารย์ฯเมื่อครั้งที่ 10 (17 ตุลาคม 2551) กรรมการสภาคณาจารย์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมพล บุญญสุวรรณโณ) ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า การทำสัญญารับทุนกับมหาวิทยาลัย ต้องนำบิดามารดามาด้วยหรือไม่
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (นายศักดิ์ วิจิตรเตมีย์) ให้ข้อมูลว่า การทำสัญญารับทุนการศึกษากับมหาวิทยาลัยฯให้นำบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาเท่านั้น
มติที่ประชุม : รับทราบ

ระเบียบวาระที่ 4
4.1 ตารางสอนของนักศึกษา
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์กมลพรรณ บินอิบราฮีม) แสดงความคิดเห็นว่า ตารางสอนของนักศึกษาวิทยาเขตศาลายา ได้ปรับเปลี่ยนเวลาเรียนในภาคเช้าจากเวลาเริ่มเรียนจาก 08.30 น. เป็น 08.00 น. และในภาคบ่ายจากเวลาเดิม 12.30 น.เป็นเริ่ม 12.00 น. เมื่อพิจารณาแล้วหากการปรับเปลี่ยนเวลาเรียนจากเดิมมาเป็นเวลาใหม่อาจจะกระทบต่อการเรียนของนักศึกษา ซึ่งการเดินทางของนักศึกษาแต่ละคน ระยะทางจากที่พักมาถึงมหาวิทยาลัยฯมีระยะทางไม่เหมือนกัน และการเดินทางของอาจารย์ผู้สอนก็อาจมีปัญหาอุปสรรคไม่เหมือนกัน จึงนำเสนอว่าต้องการให้เวลาเรียนในการเข้าเรียนในแต่ละพื้นที่ให้พิจารณาความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่เป็นตัวตั้ง
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ดร.ประวิตร โหรา) แสดงความคิดเห็นว่า การจัดเวลาเรียนขึ้นอยู่กับตารางสอนของอาจารย์แต่ละท่าน เพราะรายวิชาแต่ละรายวิชามีจำนวนหน่วยกิตไม่เท่ากัน
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์อุระสา จุลเสวก) แสดงความคิดเห็นว่า ถ้าหากมหาวิทยาลัยฯจะปรับเปลี่ยนตารางเรียนเป็น 09.00 น.เป็นเวลาเริ่มเรียนในคาบเรียนแรก ได้หรือไม่ และการจัดตารางเรียนของนักศึกษาควรให้สอดคล้องกันในแต่ละพื้นที่ และในแต่ละพื้นที่ไม่ควรกำหนดเวลาของตารางเรียนให้เหมือนกันทั้ง 4 พื้นที่ ควรให้เป็นไปตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์บุญเยือน สายแสงทอง) แสดงความคิดเห็นว่า การจัดตารางสอนควรวางให้ยืดหยุ่นเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และหากการเลื่อนเวลาจัดการเรียนการสอนที่เช้ามากเกินไปไม่เห็นด้วย เนื่องจากสภาวะแวดล้อมของอาจารย์แต่ละท่านไม่เหมือนกัน เช่น เรื่องการจราจรในกรุงเทพฯ, ภาระหน้าที่ประจำวันของอาจารย์แต่ละท่าน การเดินทางของอาจารย์แต่ละท่านไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าวางการสอนไว้เช้ามากเกินไปจะเกิดปัญหามากมาย
มติที่ประชุม : มหาวิทยาลัยฯไม่ควรกำหนดตารางเรียนทั้ง 4 พื้นที่ ให้เหมือนกันทั้งหมด ควรให้แต่ละพื้นที่จัดตารางเรียนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแต่ละพื้นที่

4.2 เงินดอกเบี้ยของมหาวิทยาลัยฯ
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ฉ้อยฝ้า แซ่คู่) นำเสนอความคิดว่า มหาวิทยาลัยฯจะต้องทำบัญชีคงค้าง ทุกหน่วยงานราชการทุกแห่ง ต้องทำตามเกณฑ์คงค้าง การนำเงินเข้าและออกจากต้องมีรายการแสดงของธนาคาร ตอนนี้มีความสงสัยว่าสำนักงานตรวจสอบเงินแผ่นดินเข้าตรวจสอบเกณฑ์คงค้างของมหาวิทยาลัยฯหรือยัง และมีอาจารย์บางท่านได้ฝากเรื่องมาว่า สภาคณาจารย์ฯควรทำหนังสือ เรื่องรายงานการเงินรายรับรายจ่ายของมหาวิทยาลัยฯ เข้าเป็นวาระการประชุมของสภามหาวิทยาลัยฯ เพื่อเป็นมติของสภามหาวิทยาลัยฯ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ดร.ประวิตร โหรา) นำเสนอว่า ล่าสุดมีหนังสือเวียน เรื่องการนำเรื่องเข้าสภามหาวิทยาลัยฯ ต้องนำเรื่องเข้ากองกลางพิจารณาก่อน และเรื่องจะผ่านการเห็นชอบจากอธิการบดีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะสามารถนำเข้าบรรจุเป็นวาระในสภามหาวิทยาลัยฯ ต่อไปได้ ซึ่งแจ้งเป็นหนังสือเวียนให้หน่วยงานในสังกัดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์อัญชิษฐา สุพวงแก้ว) นำเสนอความคิดเห็นว่า จากที่ผ่านมา เงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เบิกจ่ายให้กับคณาจารย์ล่าช้า ซึ่งทางสหกรณ์ได้โอนเงินปันผลพร้อมดอกเบี้ยมาให้กองคลัง แต่กว่าจะโอนให้กับคณาจารย์ใช้ระยะเวลาสองอาทิตย์ ซึ่งยอดเงินดังกล่าวเกิดดอกเบี้ยขึ้นระหว่างรอการโอนให้กับคณาจารย์ และไม่ทราบว่ากองคลังได้ลงรายการของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหรือไม่
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ฉ้อยฝ้า แซ่คู่) นำเสนอความเห็นว่า ให้สภาคณาจารย์ฯ ทำหนังสือถึงสภามหาวิทยาลัยฯ ให้ทำรายงานประจำปีออกมาเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคณาจารย์ได้รับทราบ
- ประธานสภาคณาจารย์ฯ นำเสนอว่า จากการประชุมร่วมกับสภามหาวิทยาลัยฯ และได้ท้วงถามเรื่องรายงานประจำปีของสภามหาวิทยาลัยฯ ได้รับการแจ้งว่า รายงานประจำปีของสภามหาวิทยาลัยฯยังไม่มี
มติที่ประชุม : สภาคณาจารย์ฯ ทำหนังสือถึงกองนโยบายและแผนขอหนังสือรายงานประจำปี
: สภาคณาจารย์ฯ ทำหนังสือถึงสภามหาวิทยาลัยฯ ให้ดูแลรายงานประจำปี
4.3 การเทียบโอนและการเปลี่ยนตำแหน่งเข้าสู่ระบบแท่งของข้าราชการ
- เลขานุการสภาคณาจารย์ (อาจารย์สุรกิจ ปรางสร) นำเสนอข้อมูลการเทียบโอนและการเปลี่ยนตำแหน่งเข้าสู่ระบบแท่งของข้าราชการให้คณะกรรมการสภาคณาจารย์ได้รับทราบ และช่วยการนำเสนอความคิดเห็น
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์) นำเสนอว่า การจัดโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลการเทียบโอนและการเปลี่ยนตำแหน่งเข้าสู่ระบบแท่งของข้าราชการ หลายๆมหาวิทยาลัยฯได้ดำเนินการไปบ้างแล้วโดยคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน แต่ในส่วนของมหาวิทยาลัยฯที่ผ่านมากรอบอัตรากำลังในระดับต่างๆของมหาวิทยาลัยฯ ได้มีการดำเนินการในชั้นของสภามหาวิทยาลัยฯหรือไม่ เพราะกรอบอัตราจะเกี่ยวข้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์การบริหารงาน และเงินงบประมาณ เพราะต่อไปข้าราชการสายสนับสนุนประเภททั่วไป ระดับชำนาญการสายสนับสนุนทั่วไป 7 จะได้เงินประจำตำแหน่ง 3,500 บาท และระดับชำนาญการสายสนับสนุน 8 ได้เงินประจำตำแหน่ง 5,600 บาท และอยู่ในแท่งของผู้ชำนาญการพิเศษ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณที่เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ จะคงอัตราตำแหน่งไว้เท่าเดิมหรือมาคิดภาระงานใหม่ให้กับบุคลากรเหล่านั้นและปรับเข้าสู่ตำแหน่ง ไม่ทราบว่าสภามหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการในส่วนนี้หรือไม่
มติที่ประชุม : สภาคณาจารย์ฯทำเป็นโครงการให้ความรู้เรื่องการเทียบโอนและการเปลี่ยนตำแหน่งเข้าสู่ระบบแท่งของข้าราชการให้กับคณาจารย์ได้รับทราบและเสนอมหาวิทยาลัยฯ เพื่อทำเป็นโครงการชี้แจงต่อคณาจารย์ได้รับทราบต่อไป
4.4 การจัดตั้งชมรมสภาคณาจารย์
มติที่ประชุม : ปรึกษาหารือในครั้งต่อไป
4.5 การเสนอโครงการและจัดทำโครงการของสภาคณาจารย์
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์กมลพรรณ บินอิบราฮีม) นำเสนอ ตัวอย่างของอาจารย์เองได้ริเริ่มโครงการก่อน คือบริการนวดแผนโบราณโดยจัดให้กับบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยฯ ก่อน ซึ่งผลการดำเนินการมีผู้ให้ความสนใจพอสมควร หากสภาคณาจารย์ฯมีแนวความคิดสภาคณาจารย์ฯไม่ต้องดำเนินการเอง อาจจะนำแนวความคิดไปผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ซึ่งจะเป็นผลงานของสภาคณาจารย์ฯได้
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์สุรกิจ ปรางสร) นำเสนอว่า การจัดโครงการควรจัดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของสภาคณาจารย์ฯ ที่ได้บัญญัติไว้ เพราะถ้าไปทำในส่วนบริการวิชาการด้านอื่นอาจไปซ้ำซ้อนกับคณะฯ หรือหน่วยงานอื่นๆ และได้นำเสนอโครงการ การจัดทำงานวิจัยที่สอดคล้องกับการพิจารณาเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ
มติที่ประชุม : สภาคณาจารย์ฯ ทำโครงการเสนอมหาวิทยาลัยฯ

ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ
5.1 วารสารสภาคณาจารย์
มติที่ประชุม : ให้กรรมการสภาคณาจารย์ส่งประวัติให้กับอาจารย์กมลพรรณ บินอิบราฮีม เพื่อจัดทำเป็นจุลสารของสภาคณาจารย์และข้าราชการในการประชุมครั้งต่อไป (12 ธันวาคม 2551)

5.2 การเลือกตั้งซ่อมสภาคณาจารย์ฯ
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์) นำเสนอว่าผู้ลงคะแนนในการเลือกตั้งซ่อมสภาคณาจารย์ฯ ในส่วนของพนักงานมหาลัยฯต้องผ่านการทดลองงานมาแล้ว 6 เดือน ถึงจะมีสิทธิลงคะแนนเสียงในครั้งนี้ การกำหนดคุณสมบัติแบบไม่นี้ไม่เหมาะสม ควรให้ใช้แบบเดียวกันกับการเลือกตั้งในโอกาสต่างๆที่ผ่านมา

5.3 การลาออกจากตำแหน่งของรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์) นำเสนอว่า ต้องการให้สภาคณาจารย์ฯ ทำหนังสือถึงเลขานุการสภามหาวิทยาลัยฯ เรื่องการกลั่นกรองเรื่องที่นำเข้าเป็นวาระของสภามหาวิทยาลัยฯขอให้พิจารณาเรื่องให้เหมาะสม หากเป็นเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับความเสียหายของมหาวิทยาลัยฯ ขอให้เลขานุการสภามหาวิทยาลัยฯ กลั่นกรองเรื่องก่อนนำเข้าประชุมสภามหาวิทยาลัยฯ
- กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ฉ้อยฝ้า แซ่คู่) แสดงความคิดเห็นว่า ต่อไปหากบุคลากรใดได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เสื่อมเสีย หรือเรื่องใส่ความต่างๆ ที่มีมูลหรือไม่มีมูล ขอให้บุคลากรผู้นั้นชี้แจงต่อประชาคมในมหาวิทยาลัยฯ ไม่ควรลาออกไปโดยไม่มีการชี้แจง
มติที่ประชุม : สภาคณาจารย์ฯทำหนังสือเสนอแนะถึงอธิการบดี ให้กลั่นกรองเรื่องการลาออกของผู้บริหารในครั้งต่อไป

ปิดการประชุม เวลา 12.00 น.

 

                นายสุรกิจ ปรางสร                         ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญจน์มณัส พชรบดี
บันทึก/พิมพ์รายงานการประชุม                          ตรวจ/ทาน รายงานการประชุม