รายงานการประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการ
วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2551
ณ ห้องประชุม 8601 อาคารบริหารธุรกิจ
ณ วิทยาเขตศาลายา
เปิดประชุม เวลา 09.30 น.
ผู้มาประชุม
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญจน์มณัส พชรบดี ประธานกรรมการ
2. นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์ รองประธานกรรมการ (คนที่ 1)
3. อาจารย์ปราโมทย์ บุญเต็ม รองประธานกรรมการ (คนที่ 2)
4. อาจารย์บุญเยือน สายแสงทอง กรรมการ
5. อาจารย์อัญชิษฐา สุพวงแก้ว กรรมการ
6. อาจารย์อุระสา จุลเสวก กรรมการ
7. อาจารย์สุวิช แย้มเผื่อน กรรมการ
8. อาจารย์สมพล บุญญสุวรรณโณ กรรมการ
9. อาจารย์อัชฌาพร กว้างสวาสดิ์ กรรมการ
10. อาจารย์กมลพรรณ บินอิบรอฮีม กรรมการ
11. อาจารย์เสรภูมิ วรนิมมานนท์ กรรมการ
12. อาจารย์สุรกิจ ปรางสร กรรมการและเลขานุการ
ผู้ไม่มาประชุม
1. อาจารย์ประวิตร โหรา
2. อาจารย์จักรวาฬ ไชยพัฒน์
3. อาจารย์ฉ้อยฝ้า แซ่คู่

ระเบียบวาระที่ 1 เรื่อง ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
1. ในการประชุมครั้งนี้สภาคณาจารย์ฯ ได้ปฏิบัติตามมติการประชุมครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2551 ว่าสภาคณาจารย์จะมีการเชิญคณาจารย์ใน 4 พื้นที่ มาร่วมแสดงความคิดเห็นในคณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับการสรรหาอธิการบดี และนายกสภามหาวิทยาลัยฯ ซึ่งสภาคณาจารย์ฯจะนำเข้าสู่วาระการประชุมในครั้งนี้ด้วย
2. เอกสารในการจัดทำรายงานการประชุมขอให้เป็นรูปเล่ม และเสนอต่อที่ประชุมสภาคณาจารย์ ก่อนการประชุม เพื่อจะได้เตรียมการในการประชุมครั้งต่อๆไปได้ทัน และให้ส่งต่อประธานสภาคณาจารย์ภายใน 7 วันหลังการประชุมเสร็จสิ้น และส่งต่อให้อาจารย์กมลพรรณ บินอิบรอฮีม ช่วยตรวจสอบคำถูกผิด แล้วนำส่งให้ประธานสภาคณาจารย์ฯต่อไป
3. ขอให้กรรมการสภาคณาจารย์ติดตามความเคลื่อนไหวของแต่ละพื้นที่ และแต่คณะ และหากมีเรื่องของคณะฯ ของพื้นที่ ที่กรรมการสภาคณาจารย์ฯ สังกัดอยู่ก็ขอให้นำเรื่องเข้าสู่สภาคณาจารย์ฯ และหากเป็นเรื่องเร่งด่วนขอให้โทรมาแจ้งต่อประธานสภาคณาจารย์ฯก่อน หรือที่ฝ่ายเลขานุการ ที่รองประธานสภาคณาจารย์ฯ เพื่อประธานสภาคณาจารย์จะได้นำเรื่องเข้าสู่การประชุมสภามหาวิทยาลัยฯ ต่อไป และบรรจุอยู่ในวาระการประชุม เพื่อกรรมการสภาคณาจารย์จะได้หาข้อมูล มาประชุมกันในครั้งต่อๆไป
ระเบียบวาระที่ 2 เรื่อง รับรองรายงานการประชุม
เรื่องรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการสภาคณาจารย์ฯ ในการประชุมคณะกรรมการสภาคณาจารย์ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 ได้มีวาระรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 8/2551 เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2551 ดังนี้
มติที่ประชุมรับทราบ รับรองรายงานการประชุมโดยมีการแก้ไขดังนี้
1. ในระเบียบวาระที่ 1(หน้าที่ 2) ขอให้นำคำว่า “สุนันทา” ไปต่อคำว่า มหาวิทยาลัย
ราชภัฎสวน
2. ในระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ขอให้ใส่รายการการแก้ไขด้วย
3. เพิ่มเติมหัวข้อระเบียบวาระที่ 4 (หน้าที่3) จากเดิม “การแก้ไขร่างข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ” เป็น เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา : การแก้ไขร่างข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการสรรหาอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯ
ระเบียบวาระที่ 3 เรื่อง วาระสืบเนื่อง
3.1 ภาระงานขั้นต่ำ
กรรมการสภาคณาจารย์ฯ อาจารย์ปราโมทย์ บุญเต็ม นำเสนอเรื่องภาระงานขั้นต่ำซึ่งมติที่ประชุมมีรายละเอียดเพิ่มเติมภาระงานขั้นต่ำหลาย เช่น การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นอาจารย์ควบคุมโครงการ, งานวิจัย การมาร่วมงานส่วนรวมของมหาวิทยาลัยฯ สามารถนำมาคิดเป็นภาระงานได้ด้วย เพื่อให้บุคลากรได้เข้าร่วมงานของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งในส่วนดังกล่าวยังไม่ได้ข้อยุติ
ส่วนการเบิกค่าสอนเกินภาระงานขั้นต่ำเป็นคนละเรื่องกับภาระงาน ซึ่งในการเบิกค่าสอนเกินภาระงานขั้นต่ำทางมหาวิทยาลัยฯ ขอเพิ่มภาระงานขั้นต่ำ 20% จากเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังประกาศมาก่อนหน้านี้จากเดิม 10 คาบเป็น 12 คาบ และสิทธิในการเบิกมหาวิทยาลัยฯให้เบิกได้ 6 คาบ
3.2 การแก้ไขข้อบังคับการสรรหาอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯ
กรรมการสภาคณาจารย์ฯ นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์ นำเสนอขอให้กำหนดกรรมการสภาคณาจารย์ที่จะให้ข้อมูลและตอบคำถามกับคณาจารย์ที่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็น เรื่องภาระงานขั้นต่ำ มอบหมายอาจารย์ปราโมทย์ บุญเต็ม ให้ข้อมูลเรื่องภาระงานขั้นต่ำกับคณาจารย์
ประธานสภาคณาจารย์นำเสนอว่าข้อบังคับในข้อที่ 4,5,6 ที่ประธานได้นำเสนอไปแล้วในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยฯ ว่าไม่เห็นด้วยที่มีฝ่ายบริหารมาปรากฏอยู่ในคณะกรรมการในลำดับที่ 4 ซึ่งน่าจะอยู่ในคณะกรรมการในลำดับที่ 2 ซึ่งได้ทักท้วงในที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยฯ และนายกสภามหาวิทยาลัยแจ้งว่ายังไม่เป็นมติที่ประชุม และในการประชุมครั้งต่อมาซึ่งท่านสมคิด เลิศไพฑูลย์ ได้รับเลือกเป็นประธานแก้ไขข้อบังคับ มีความเห็นเช่นเดียวกันว่า คณะกรรมการในลำดับที่ 4,5,6 ควรจะปฏิบัติงานในด้านเอกสารเท่านั้น ไม่สมควรเป็นคณะกรรมการและมติที่ประชุมก็ได้สรุปแล้วตามความคิดเห็นของท่านสมคิด เลิศไพฑูลย์ แต่เมื่อดูในรายงานการประชุมของสภามหาวิทยาลัยฯ ในครั้งต่อมาไม่ปรากฏในรายงานการประชุม ประธานสภาคณาจารย์ฯ จึงได้ทักท้วงขึ้นอีกครั้ง นายกสภามหาวิทยาลัยฯ ก็ได้แจ้งว่ายังไม่เป็นมติ แต่มหาวิทยาลัยฯก็มีเอกสารเรื่องการแก้ไขข้อบังคับการสรรหาอธิการบดี และนายกสภามหาวิทยาลัยออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการประชุมคณาจารย์ในวันนี้ (12 กันยายน 2551) ประธานสภาคณาจารย์จะขอไม่พูดคุยเรื่องนี้
กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์) นำเสนอว่าสำหรับกลุ่มหน่วยงานซึ่งมีบุคลากรที่มาปฏิบัติงาน ซึ่งมีต้นสังกัดอยู่แล้วในส่วนของคณะต่างๆ ในประเด็นนี้ควรนำเข้าพูดคุยในการประชุมกับคณาจารย์ในครั้งนี้ด้วยหรือไม่
มติที่ประชุม : ให้พูดคุยเรื่องบุคลากรที่ปฏิบัติงานในกองและสำนัก ในการประชุมคณาจารย์ครั้งนี้ด้วย (12 กันยายน 2551)
กรรมการสภาคณาจารย์ (อาจารย์อุระสา จุลเสวก) แสดงความคิดเห็นว่าการพูดคุยเรื่องข้อบังคับการสรรหาอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯ ในครั้งนี้หากเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย สามารถยกเลิกแก้ไขข้อบังคับที่ออกมาในครั้งนี้ได้หรือไม่
มติที่ประชุม : ขอฟังความคิดเห็นจากคณาจารย์ที่เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ก่อน ว่ามีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้เป็นอย่างไร
ระเบียบวาระที่ 4 4.1เรื่องคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับการสรรหาอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯร่วมพิจารณากับคณาจารย์โดยมีการร่วมแสดงความคิดเห็นดังนี้

1. ประธานสภาคณาจารย์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญจน์มณัส พชรบดี) กล่าวนำ ความเป็นมาของข้อบังคับการสรรหาอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯ และรายละเอียดของตัวแทนของคณะกรรมการในแต่ละชุด ประธานสภาคณาจารย์เชิญชวนคณาจารย์แสดงความคิดเห็น จำนวนและสัดส่วนของอาจารย์ในแต่ละคณะ ที่จะมาเป็นตัวแทนในคณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับการสรรหาอธิการบดี และนายกสภามหาวิทยาลัยฯ แต่ละชุดว่า ควรมีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด
2. คณาจารย์ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น ว่า ในการเลือกตั้งคณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับฯอยากทราบของการเลือกตั้งจากมหาวิทยาลัยฯ ว่ามีช่องโหว่อะไรบ้าง 2. คำสั่งที่ออกโดยสภามหาวิทยาลัยฯ เป็นส่วนที่ได้มีมติออกมาแล้ว ซึ่งได้ผู้แทนในส่วนของผู้บริหารเลือกกันเองแล้ว จำนวน 3 ท่านเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2551 ท้ายนี้คณาจารย์แสดงความคิดเห็นว่าการได้มาซึ่งอธิการบดีน่าจะมาจากการทำ Popular Vote
3. คณาจารย์ผู้เข้าร่วมประชุม เรียนสอบถามว่า คณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับมีจำนวน 15 คน ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดการได้มาซึ่งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีและนายกสภามหาวิทยาลัยฯในอนาคตใช่หรือไม่ แล้วคณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับที่มหาวิทยาลัยฯประกาศออกมา คณาจารย์ต้องถือปฏิบัติตามใช่หรือไม่
4. คณะกรรมการสภาคณาจารย์ (อาจารย์บุญเยือน สายแสงทอง)แสดงความคิดว่า คณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับการสรรหา คือกลุ่มบุคคลที่จะไปกำหนดการข้อบังคับการได้มาซึ่งอธิการบดี และนายกสภาฯในอนาคต ซึ่งจากประสบการณ์การสรรหาอธิการบดีที่ผ่านมา การทำงานเป็นไปด้วยความเสี่ยงจากการฟ้องร้อง และการดำเนินการภายในระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่ยังไม่ชัดเจนไม่มีรายละเอียด ซึ่งเป็นภาระที่หนักมากในกับคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งในคณะกรรมการในลำดับที่ 3 ข้อย่อยที่ 3.6 คณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ อาจารย์บุญเยือน ไม่เห็นด้วยเพราะการทำงานยังสวมบทบาทสองหน้าที่อยู่ ควรจะนำเอาบุคลากรที่สังกัดในคณะฯ กลับไปที่คณะฯ แล้วให้เหลือเฉพาะบุคลากรสายสนับสนุนที่สังกัด กอง และสำนักต่างๆ ให้เลือกกันมาเอง โดยอาจจะต้องลด – เพิ่มสัดส่วนหรือลดลงในกลุ่มของคณะฯ
5. คณะกรรมการสภาคณาจารย์ (นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์)แสดงความคิดเห็นว่า คณะกรรมการแก้ไขข้อบังคับฯ ในลำดับที่ 5,6,7 เป็นทั้งกรรมการและเลขานุการ เป็นข้อสังเกต ที่มหาวิทยาลัยฯต่างๆจะไม่ค่อยทำกัน และตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการมีจำนวน 3 คน ซึ่งมีจำนวนที่มากเกินไป และในลำดับที่ 7 นิติกรเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งสามารถออกเสียงได้ ซึ่งนิติกรปัจจุบันเป็นลูกจ้างชั่วคราว ความเหมาะสมในการทำหน้าที่ ถูกต้อง แต่สมควรเพียงแค่การดูแลข้อกฎหมายเท่านั้น ท้าย นายศักดิ์สิทธิ์ วิจิตรเตมีย์ คณะกรรมการสภาคณาจารย์ฯ ได้ฝากไว้ว่าคณาจารย์ทั้งหมดในมหาวิทยาลัยฯ จะช่วยกันทำอย่างไรให้ข้อบังคับที่ออกมา เกิดประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยฯ และต่อตัวคณาจารย์ทั้งหลายเอง แต่มติของมหาวิทยาลัยฯออกประกาศแบบนี้จะเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข
6. คณะกรรมการสภาคณาจารย์ (อาจารย์บุญเยือน สายแสงทอง)แสดงความคิดว่า ต้องการให้คณาจารย์เข้าไปร่วมร่างการแก้ไขข้อบังคับว่าด้วยการสรรหาฯ เพราะจากกรณีนี้มหาวิทยาลัยฯ คงไม่ทำประชาพิจารณ์ ทางแก้ไขต้องหาบุคคลที่มีความคิดที่ดี แนวทางที่ดีในการแก้ไขเพื่อไปเสนอกับทางมหาวิทยาลัยฯ เพื่อจะได้ร่างข้อบังคับที่ดีและมีประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยฯ ต่อไป
7. คณาจารย์ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นว่า ร่างแก้ไขข้อบังคับการสรรหาฯ ควรจะทำประชาพิจารณ์ก่อนทุกข้อบังคับ
8. คณาจารย์ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็น การประชุมสภามหาวิทยาลัยฯในแต่ละครั้งต้องการให้มีการถ่ายทอดสดบรรยากาศการประชุม หรือมีการบันทึกเทปเอาไว้ เพื่อให้คณาจารย์ได้เห็นว่าตัวแทนจากคณาจารย์ที่เข้าไปในสภามหาวิทยาลัยฯได้ทำหน้าที่หรือไม่
ประธานสภาคณาจารย์ฯ(ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญจน์มณัส พชรบดี) แสดงความคิดเห็น ว่าขอบขอบคุณคณาจารย์ที่เข้าร่วมประชุมทุกท่านที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งประธานสภาคณาจารย์จะนำข้อคิดเห็นต่างๆไปนำเสนอต่อนายกสภามหาวิทยาลัยฯ
มติที่ประชุม : นำความคิดเห็นต่างๆ เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยฯ
ระเบียบวาระที่ 4.2 เรื่องภาระงานขั้นต่ำ
ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการกล่าวนำว่า เรื่องภาระงานขั้นต่ำเป็นเรื่องที่สภาคณาจารย์และข้าราชการ นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสภาคณาจารย์ฯ ตั้งแต่ เดือนเมษายน 2550 และเมื่อมหาวิทยาลัยฯทราบเรื่อง ก็นำไปพิจารณาเอง
ประธานสภาคณาจารย์ฯเชิญคณาจารย์ร่วมแสดงความคิดเห็น
1. กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์กมลพรรณ อิบราฮีม) เรียนสอบถามว่าที่สำนักบริหารเพาะช่างมีการนำงานวิจัยมาคิดเป็นภาระงานขั้นต่ำด้วย แต่ศูนย์กลางศาลายาไม่มี การนำมาคิดรวม จึงเรียนสอบถามว่าเพราะสาเหตุใดจึงไม่เหมือนกัน
2. กรรมการสภาคณาจารย์ฯ (อาจารย์ปราโมทย์ บุญเต็ม) การคิดภาระงานขั้นต่ำครั้งล่าสุดเมื่อการประชุมที่ผ่านมา จะมีการพิจารณาภาระงานขั้นต่ำเพิ่มเติมเข้ามาจากเดิม เช่นการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานต่างๆ กรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ หรือการเข้าร่วมงานส่วนร่วมก็สามารถนำมาคิดคำนวณด้วย ค่าตอบแทนสอนเกินภาระงานขั้นต่ำ โดยมหาวิทยาลัยฯขอเพิ่มภาระงานขั้นต่ำ 20 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ภาระงานขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเป็น 12 คาบ โดยสิทธิการเบิกจ่ายได้ไม่เกิน 6 คาบ ซึ่งการกำหนดของมหาวิทยาลัยฯไม่เป็นไปประกาศของกระทรวงการคลัง
มติที่ประชุม : ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง
ปิดการประชุม เวลา 12.00 น.

 

                นายสุรกิจ ปรางสร                         ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญจน์มณัส พชรบดี
บันทึก/พิมพ์รายงานการประชุม                          ตรวจ/ทาน รายงานการประชุม